เครื่องมือการซื้อขาย

เทรดในแบบของคุณกับโบรกเกอร์ระดับโลกที่คุณวางใจได้

Leading Alliance

การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือที่เรียกว่า Forex เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแบบทันที(Spot FX), ตราสารอนุพันธ์แบบฟอร์เวิร์ด (Forward Derivatives), ตราสารอนุพันธ์แบบฟิวเจอร์ส (Future Derivatives) และ ตราสารอนุพันธ์แบบซื้อขายส่วนต่าง (CFD Derivatives) ตราสารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในลูกค้าระดับส่วนบุคคล ตลาดการเทรด Forex เป็นตลาดที่สำคัญที่สุดและมีการเคลื่อนไหวมากที่สุดในตลาดการเงิน โดยมีปริมาณเฉลี่ยประมาณ 5 ล้านล้านดอลลาร์ จากการรวมตัวกันของผู้ซื้อและผู้ขายตราสารอนุพันธ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแบบซื้อขายส่วนต่าง (Forex CFD Derivatives) โดยมีผู้เข้าร่วมหลักคือธนาคารระหว่างประเทศขนาดใหญ่ซึ่งทำการสั่งซื้อผ่านระบบการซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ และด้วยการเทรดนอกกกระดานตลาดหรือตลาดซื้อขายอย่างไม่เป็นทางการ (OTC) ที่ไม่จำเป็นต้องมีกฎการแลกเปลี่ยนหรือราคาซื้อขายที่ตายตัว แต่จะมีการเสนอราคาที่อ้างอิงมาจากตลาดซื้อขายทันที (Spot marketing)

หรืออีกนัยหนึ่ง เราอาจจะเรียกได้ว่าตลาดการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแบบทันที (Spot FX marketing) ก็คือ การเทรดนอกกกระดานตลาดหรือตลาดซื้อขายอย่างไม่เป็นทางการ (OTC) ที่ควบคุมโดยธนาคารระหว่างประเทศขนาดใหญ่นั่นเอง

Trading Instruments

สินค้าโภคภัณฑ์จากธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถผลิตเอง (Hard commodities) ได้แก่ ทองคำ โลหะมีค่า น้ำมันดิบ ทองแดงและปิโตรเลียม เป็นสินค้าซื้อขายตามสัญญาที่มีบทบาทสำคัญในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ สัญญาประเภทนี้จะรวมไปถึง สัญญาฟิวเจอร์ส (Futures Contract) , สัญญาฟอร์เวิร์ด (Forward Contract), ราคาสำหรับการซื้อขายทันที (Spot prices) และสัญญาที่ให้สิทธิแก่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ในอนาคตตามราคาและจำนวนที่ได้ตกลงกันไว้ตามสัญญา (Options)

ตลาดการซื้อขายแบบฟิวเจอร์สหรือตลาดสินค้าโภคภัณฑ์นั้นเป็นตัวกลางในการต่อรองของสัญญาฟิวเจอร์ส (Futures Contract) นักลงทุนทั่วโลกสามารถเข้าถึงตลาดสินค้าโภคภัณฑ์หลักประมาณ 50 แห่ง โลหะมีค่า เช่น ทองคำ แร่เงิน แพลทินัมและแพลเลเดียมนั้นเป็นสินทรัพย์ที่นิยมซื้อขายกันเนื่องจากมีมูลค่าทางเศรษฐกิจและความทนทานสูง ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ถูกควบคุมโดยบริษัทในยุโรปและอเมริกาที่มีบริษัทโลหะมีค่าที่ใหญ่ที่สุดซึ่งตั้งอยู่ในแคนาดาและเยอรมนี อย่างไรก็ตามเอเชียก็ยังคงเป็นตลาดโลหะมีค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีจีน อินเดียและสิงคโปร์เป็นผู้นำตลาดสินค้าโภคภัณฑ์นี้

สำหรับตลาดสินค้าโภคภัณฑ์นั้นเทรดเดอร์รายย่อยจะมีโอกาสในการเทรดและการลงทุนมากกว่าในตลาดผลิตภัณฑ์อื่นๆ ซึ่งตลาดนั้นจะครอบคลุมไปถึงวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่หลากหลาย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทกว้าง ๆ ได้แก่ พลังงาน การเกษตร โลหะและเนื้อสัตว์หรือปศุสัตว์ เป็นเวลากว่าหลายศตวรรษที่การซื้อขายตราสารอนุพันธ์จากตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ที่เกิดจากการผลิตของมนุษย์ (soft commodities) เช่น น้ำตาล ข้าวสาลี และข้าวโพดนั้น เข้ามามีบทบาทที่สำคัญในการกระจายพอร์ตการลงทุนและการจัดการความเสี่ยง

ในช่วงที่เกิดภาวะเงินเฟ้อหรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การลงทุนในสินค้าที่ซื้อขายตามสัญญาถือว่าเป็นวิธีการลดความเสี่ยงอย่างหนึ่ง นอกจากนี้แล้วราคาสินค้าโภคภัณฑ์มักจะมีการเคลื่อนไหวที่สวนทางกับตลาดหุ้น จึงทำให้นักลงทุนเลือกที่จะพึ่งพาการเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ในช่วงที่ตลาดผันผวน ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายตามสัญญาก็จะสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบที่รุนแรงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อตลาดมีภาวะที่ผันผวน

ดัชนีตราสารทุนหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าดัชนีหุ้นนั้น คือดัชนีตลาดหุ้นจริงที่ใช้ชี้วัดประสิทธิภาพของสินทรัพย์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในตลาดหุ้น โดยจะคำนวณจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาหุ้นที่ถูกเลือกซึ่งอยู่ในหมวดหมู่ที่ใช้แสดงผล ดัชนีนั้นทำหน้าที่แสดงทิศทางทั่วไปของตลาดหุ้นเฉพาะหรือเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ อย่างไรก็ตามเนื่องจากดัชนีหุ้นประกอบด้วยกลุ่มบริษัทต่างๆ จึงอาจได้รับผลกระทบที่รุนแรงเมื่อเกิดการเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันของบริษัทใดบริษัทหนึ่งหรือภาคการค้าเฉพาะ

ติดตามเรา

เราใช้เทคโนโลยีและซอฟแวร์ล่าสุดเพื่อราคาที่ดีที่สุดและการดำเนินการที่รวดเร็วที่สุดและการบริการที่เหนือกว่า เพื่อให้นักลงทุนไปถึงเป้าหมายของการลงทุน